You are currently browsing the category archive for the 'Art in Cat's Life' category.
เริ่มกลับมาสู่ช่วงคึกคักของงานศิลปะอีกครั้ง หลังจากเงียบเหงาช่วงหน้าร้อน
ที่เป็นเวลาพักร้อนของคนอเมริกัน เจอหน้าเพื่อนก็มักจะโดนถามว่าซัมเมอร์
ไปเที่ยวไหนมา ไม่ได้ไปไหนทั้งนั้น ใช้ชีวิตซัมเมอร์อย่างมีความสุขที่นิวยอร์ค
นี่แหละ ไปตะลุย Flea Market จนคนรับฝากจักรยานจำหน้าได้
นอกเรื่องซะตั้งนาน กลับมาหางานศิลปะกันบ้างหลังจากไม่ได้เขียนซะนาน
ไปดูงานประติมากรรมของเจฟฟ์ คูนส์ (Jeff Koons) มาที่ MET มา
(Metropolitan Museum of Art) หลังจากไม่ได้ไป MET มาพักใหญ่ จริงๆ
แล้วตั้งใจไปดูงานของเทอร์เนอร์ (Turner) แต่ได้เจฟฟ์ คูนส์มาเป็นของแถมสุดแจ๋ว
เจฟฟ์ คูนส์ เป็นศิลปินชาวอเมริกันที่ดังมากกกก งานของเขามักจะพาดพิงกับภาพ
ของความเป็น “Kitsch” โดยมีทั้งภาพวาด ประติมากรรม ภาพถ่าย และอื่นๆ
ล่าสุดงานของเขาที่โชว์อยู่บนดาดฟ้าที่ MET เป็นงานประติมากรรมชิ้นใหญ่
3 ชิ้นที่ไม่เคยแสดงที่ไหนมาก่อน
ไปงานโอเพนนิ่งปาร์ตี้ของ อลิซเบธ เพย์ตัน (Elizabeth Peyton)
ที่แกวิน บราวน์แกเลอรี่เป็นไปตามคาด ผู้คนมาจนล้นทะลักออกมา
ยืนดื่มกันบนฟุตบาท มีทั้งคนรู้จักที่ไม่เจอกันมานาน คนใหม่ๆที่เพิ่งรู้จัก
หรือคนไม่รู้จักแต่เห็นหน้าตามนิตยสารดังอย่างโว้ค คนที่แต่งตัวตามสบาย
ไปจนถึงคนที่แต่งตัวหลุดโลก งานของอลิซเบธเป็นที่ชื่นชอบของคนทุกรูปแบบ
เธอคือคนที่ทำให้งานวาดภาพแนว Portraitซึ่งในช่วงยุค 90 (ที่เต็มไปด้วย
ศิลปินแนวคอนเซ็ปต์ช่วล และมินิมอลลิสต์) ถือว่าเป็นงานศิลปะที่ตายไปแล้ว
กลับมามีชิวิตอีกครั้ง และเป็นการกลับมามีชีวิตที่มีชีวิตชีวามากกว่า
เดิมเสียด้วยซ้ำ โชว์ครั้งนี้เป็นโชว์ล่าสุดของเธอที่นิวยอร์ค มีทั้งงานเพ้นท์
สีน้ำมันและงานดรออิ้ง




เอางานสวยๆ ของ โฮป แกงค์ลอฟฟ์ (Hope Gangloff) ที่แกลเลอรี่ของ
ซูซาน อิงค์เล็ทท์ ( Susan Inglett) มาฝากกัน แค่เห็นงานสวยๆ แบบนี้
ก็คงไม่ต้องพูดอะไรแล้วล่ะ ใครชอบล่ะก็เข้าไปดูงาน Drawing ของเขา
ที่เขาที่มีช่างภาพมาถ่ายให้สวยๆ ไม่ใช่ถ่ายแบบสมัครเล่นอย่างของเราได้ที่นี่
ในที่สุดก็มีโอกาสไปเยี่ยมชม The New Museum มิวเซียมใหม่ล่าสุดของ
มหานครนิวยอร์คจนได้ หลังจากที่เขาเปิดมาแล้วเกือบเดือน เพราะทุกครั้ง
ที่เจอคนรู้จักมักจะโดนถามว่าไปนิวมิวเซียมมาหรือยัง คราวนี้จะได้ตอบ
อย่างเต็มปากเสียทีว่า ไปมาแล้วค่ะ อย่าแปลกใจค่ะถึงที่นี่จะมีมิวเซียมจนนับ
นิ้วแทบไม่ถ้วน แต่ก็ดูเหมือนไม่พอกับความต้องการ The New Museum
เป็นมิวเซียมเดียวที่อยู่ย่านดาวน์ทาวน์หรือในเมือง และที่นี่เขา่จะเน้นงานศิลปะ
แนว Contemporary อย่างเดียวเท่านั้น อย่างอื่นไม่สน
วันที่ไปดูไม่ประทับใจงานเท่ากับความประทับใจตัวตึกที่ออกแบบมาได้โดดเด้ง
จากตึกเก่ารอบด้านมากๆ อย่างที่เห็นในรูปนั่นแหละ เห็นอย่างนี้ก็ขอเดาว่า
เป็นสถาปนิกญี่ปุ่นก่อน ใช่จิงๆ ค่ะ ทีมสถาปนิกที่ออกแบบตึกคือ Sanaa
บริษัทชื่อดังของญี่ปุ่นที่ออกแบบตึกแจ๋วๆ มาแล้วทั่วโลก Sanaa เป็นการร่วมงาน
ของสถาปนิกสองคนคือ คาซุโยะ เซจิมา (Kazuyo Sejima) กับเรียว นิชิซาว่า
(Ryue Nishizawa) ตัวตึกของมิวเซียมออกแบบให้เป็นเหมือนกับกล่องวาง
เรียงซ้อนๆ กัน มีผิวภายนอกเป็นอะลูมิเนียมทาสีเงินออกเทาๆ เล่นกับแสงดีนัก
ดูสวยมากเมื่อแสงเปลี่ยนสีไปตามเวลาของวัน

ใครที่ชอบงานศิลปะทุกคนคงรู้จักศิลปินรุ่นใหญ่อย่าง
พอล แมคคาร์ทีย์ (Paul McCarthy) ไม่ใชท่านเซอร์
พอล แมคคาร์ทนีย์ ( Paul McCartney) ของวงเดอะบีทเทิลส์นะคะ
แม้ว่าคุณลุงพอล แมคคาร์ทีย์ จะเรียนมาทางด้านเพ้นท์โดยเฉพาะ
แต่หลังๆ งานของลุงจะเน้นเป็นประติมากรรมและสื่อวิดิโอเป็นส่วนมาก
โชว์ล่าสุดที่ Maccarone น่าจะเป็นโชว์ที่น่ากินที่สุดที่เคยเห็นมาของคุณลุง
เพราะส่วนมากเห็นงานของคุณลุงจะให้ความรู้สึกตรงข้ามกับความน่ากิน
ซะทุกที ที่ Maccarone คุณลุงออกแบบชอคโกแลตเป็นรูปซานดาคลอส
แน่นอนไม่ใช่ซานดาคลอสธรรมดาๆ ที่เราเห็นจนชินตา ต้นแบบของ
ซานตาคลอสก็เป็นงานของคุณลุงเองที่แสดงที่ Antwerpen เมื่อเดือน
ตุลาคม 2007 อย่างที่เห็นข้างล่างนี่แหละ พอมองดูดีๆ ซานตาก็ไม่ได้ถือ
ต้นคริสต์มาสอย่างที่คิดตอนแรก ลองไปค้าดูถึงรู้ว่าซานตาถือ Buttplug
เอาไว้ทำไรไม่รู้เดากันเอง
มีโอกาสตะลุยดูงานศิลปะตามแกลเลอรีที่เกาะกลุ่มกันอยู่แถวเชลซี (Chelsea)
มีงานของศิลปินดังๆ หลายคนแต่ถูกใจกับของเล่นยักษ์งานของ ชารล์ส เรย์
(Charles Ray) ที่สุด ลองเทียบสัดส่วนกับคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ดูจะเห็นความบิ๊กบึ๊ม
ถึงคุณลุงจะอายุ 54 แล้วแต่ก็ยังไฟแรงอยู่ มีงานออกมาให้ทึ่งได้เสมอ แม้ว่างานชิ้นนี้
กระแสความแรงจะไม่เท่ากับงานของ เอิรร์ ฟิชเชอร์ ที่แสดงในช่วงเวลาเดียวกัน
โชว์ของเขาที่ แกลเลอรี่ แมทธิว มาร์ค (Matthew Marks) ประกอบด้วยงาน
ประติมากรรม 3 ชิ้น ชิ้นแรกใหญ่สุดชื่อ ฟาเธอร์ ฟิกเกอร์ (Father Figure)
ที่เห็นเหมือนของเล่นพลาสติคยักษ์ที่จริงแล้วทำมาจากเหล็กล้วนๆ หนักกว่า
8 ตัน ได้แรงบันดาลใจมาจากของเล่นพลาสติครุ่นเก่าลักษณะเดียวกันนี่แหละค่ะ
ภาพหลุมที่เห็นเป็นงานศิลปะจริงๆ อย่าได้สงสัยเลย เป็นงานล่าสุด
ของ เอิรส์ ฟิชเชอร์ ( Urs Fischer) ศิลปินที่กำลังเป็นที่พูดถึงของ
ยุคนี้ งานนี้แกลเลอรี่ Gavin Brown’s Enterprise เสียเงินไป
ประมาณ 250,000 ดอลลาร์เท่านั้น (จ๊ากกกกกกกกกก) เป็นค่าขุด
พื้นแกลเลอรี่ของตัวเองให้เป็นหลุมขนาดใหญ่ แต่ก่อนจะไปถึงนั่น
เราต้องกัมตัวผ่านโพรงเล้กๆ เข้าไปทีละคนให้ความรู้สึกเหมือนว่าเรา
กำลังเข้าไปสู่อีกโลกอย่างเรื่องAlice InWonderland ยังไงยังงั้น ข้่างๆ
ทางเข้ามีป้ายเขียนเตือนไว้ว่า THEINSTALLATION IS PHYSICALLY
DANGEROUS ANDINHERENTLY INVOLVES THE RISK OF
SERIOUS INJURYOR DEATH เข้าไปก็จะเจอห้องแรกที่เห็นยืนอยู่
เป็นห้องเล็กๆ มีหลุมตื้นๆ เหมือนกำลังก่อสร้าง จากนั้นถึงจะเจอห้องใหญ่
ที่มีหลุมขนาด 38 ฟุต x 30 ฟุต ลึก 8 ฟุต กว้างขนาดชนฝาแกลเลอรี่
เกือบทั้งสี่ด้านเหลือเป็นทางเดินให้เดินตามขอบนิดหน่อย
มาลุยฝนอัพเดทงานศิลปะกันต่อดีกว่า
รูปทางซ้ายมือที่เห็นเป็นกล่องแล้วมีเสื้อแขวน เป็นงานของ คริสติน ฮิลล์ (Christine Hill) ชื่องาน Home office trunk Show ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโชว์ของเธอที่ชื่อว่า Home Office พูดง่ายๆ ก็คือเธอยกออฟฟิศเข้าไปไว้ในแกลเลอรี่ แล้วตัวศิลปินเองก็จะนั่งทำงานอยู่ที่นั่นเพื่อบริหารบริษัท Volksboutique ซึ่งทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของโชว์ด้วย
ส่วนภาพข้างขวาเป็นงานของเทรซี่ อีมิน (Tracy Emin) เป็นศิลปินหญิงคนที่สองต่อจาก ราเชล ไวท์รีด (Rachel Whiteread) ที่ได้เป็นตัวแทนของประเทศอังกฤษในงานเวนิซเบียนนาเล่ เทรซี่จัดว่าเป็นศิลปินหญิงที่ทำงานแรงอีกคนหนึ่ง โชว์ครั้งนี้มีทั้งงานประติมากรรม สีน้ำ นีออนดัด(อย่างที่เห็นในภาพ) ไปจนถึงงานปักเป็นภาพ เท่าที่รู้มาตอนนี้ MOMA (Museum of Modern Art) นิวยอร์คจองงานเธอไว้แล้วครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งเธอบอกว่าจะเก็บไว้เอง…
นี่เป็นเพียงแค่ส่วนเล็กกระจิ๋วหลิวของเวนิซเบียนนาเล่เท่านั้น เดินดุภายในวันเดียวเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ แต่ปวดหัวสิ้นดี ครั้งหน้าถ้ามีโอกาสไปอีก จะให้เวลามากกว่านี้สัญญากับตัวเองไว้ว่างั้น
วันนี้ต้องรีบไปดูงานต่อที่ Museo Fortuny ชื่องาน Art Tempo ที่เพื่อนที่เยอรมันย้ำนักย้ำหนาว่าพลาดไม่ได้
ฟ้าร้องส่งเสียงดังสนั่นทำฉันตกใจตื่นตั้งแต่ตี 3 นอนฟังเสียงฝนที่ตกลงมาอย่างบ้าคลั่ง คิดในใจก่อนหลับไปอีกครั้งว่า เออ ดีตกลงมาเยอะๆ พรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องตก เก้าโมงเช้าฝนยังตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา สิบโมงยังไม่หยุดกระหน่ำ แสงแดดจ้าเมื่อวานหนีไปซ่อนอยู่ที่ไหน ตัดใจยอมเปียกเพื่อเวนิซเบียนนาเล่ (Venice Biennale)
เวนิซเบียนนาเล่เนี่ยเขาจัดกันทุก 2 ปี ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 52 แล้วล่ะ ภายใต้ชื่องานว่า ‘Think with the Senses – Feel with the Mind. Art in the Present Tense.’ โดยมี โรเบิร์ต สตอรร์ (Robert Storr) เป็นไดเรคเตอร์ ครั้งแรกเขาจัดกันมาตั้งแต่ปี 1895 นู้นนน ก็เป็นร้อยปีแล้วถือว่าเป็นงาน Art Exhibition ที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของวงการศิลปะโลก เวนิซฟิลม์เฟสติวัลเองก็เป็นส่วนหนึ่งของงานนี้ด้วย สถานที่จัดงานก็มีอยู่ 2 ที่ใหญ่ๆ คือ Giardini และ Arsenale ซึ่งสามารถเดินหากันได้ไม่ยาก แต่ที่ยากเพราะเจ้าพายุที่บุกอิตาลีนี้ตากหาก ที่ทำให้ทั้งหนาว ทั้งเปียก ทั้งแฉะ เจ้ารองเท้าคู่เก่งก็ดันมาสีตกใส่เท้าซะอีก แต่ก็สู้วะ





















ความเห็นล่าสุด