

เพิ่งดูดีวิดีเรื่องนี้จบไปหมาดๆ เมื่อคืนนี้ ดูจบก็เศร้าใจอีกตามเคย ในยุคที่โลกของเรา
กำลังลำบากสภาพร่อแร่และเราต้องช่วยกัน โดยเฉพาะคนที่มีอำนาจและมีเงิน
แต่ดูเหมือนว่าผลประโยชน์ส่วนตน มักจะหอมหวานกว่าผลประโยชน์ส่วนรวมเสมอ
ก็อย่างชื่อเรื่องนั่นแหละว่า ใครฆ่ารถใช้พลังไฟฟ้า หรือที่อเมริกาเขาเรียกว่า Electric Vehicle
ที่ย่อว่า EV จริงๆ แล้วรถที่ใช้ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเนี่ยเกิดมาตั้งแต่ปี 1900 แต่ไม่ได้รับ
ความนิยม เพราะต้นทุนสูง ขับก็ช้าสู้รถที่ใช้นำมันไม่ได้ แต่เรื่องของเราเนี่ยเกิดขึ้นเมื่อปี 1998 แคลิฟอร์เนียเป็นรัฐที่มลภาวะทางอากาศมากที่สุด ถึงขนาดที่บางวันต้องประกาศเตือน
เพราะงั้นในยุคนั้นก็เลยมีการออกกฏหมายบังคับให้ 2% ของรถที่ขายในท้องตลาดต้อง
เป็นรถที่มีEmission Free หรือไม่ปล่อยสารพิษออกมา และจะขึ้นเป็น 10% ภายใน
ปี 2003
และเพราะว่าแคลิฟอรืเนียเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา เพราะงั้นบริษัทยักษ์ๆ
อย่างฟอร์ดและเจเนอรัลมอเตอร์ก็เลยผลิตรถใช้พลังงานไฟฟ้าออกมา ทำให้บริษัทอย่าง
โตโยต้าและฮอนด้าก็ต้องผลิตตามมาด้วย หนังเน้นไปที่รถรุ่น EV1 ผลิตภัณฑ์ของเจเนอรัล
มอเตอร์ เพราะเป็นรถที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ดาราอย่าง ทอม แฮงค์ และ เมล กิบสัน
ก็ใช้รุ่นนี้

หน้าตารถรุ่น EV 1 ของ GM (General Motors)
แล้วรถใช้พลังไฟฟ้านี่ดียังไง 1. ไม่ปล่อยก๊าซพิษอย่างคาร์บอนไดออกไซด์
2. เงียบไม่เสียงดัง 3. กลับบ้านก็เสียบปลั๊กชาร์ตไฟที่บ้าน 4. ค่าซ่อมบำรุงถูกมากๆ
ไม่ต้องเสียค่าซื้อน้ำมันเครื่องเปลี่ยนอะไหล่ เพราะไม่มีการสันดาป เครื่องยนต์สะอาด
จะเปลี่ยนก็แค่แบตเตอรีนานๆๆๆๆๆๆที 5. ไม่ต้องเสียเงินค่าน้ำมัน
แล้วรถนี้ไม่ใช่รถกอล์ฟนะคะ สามารถวิ่งได้ไกล 100 ไมล์ ต่อการชาร์ตหนึ่งครั้ง เร่งได้เร็วถึง
80 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) รู้อย่างนี้แล้วยังอยากขับเลย
ก็เพราะดีอย่างนี้ละมั้งในปี 2005 ที่ทำให้ทางรัฐแคลิฟอร์เนียไม่รู้ว่าภายใต้การกดดันของบริษัท
น้ำมันหรือบริษัทรถยนต์ออกมายกเลิกกฎหมายที่ว่ามาข้างต้น ทางบริษัทรถยนต์ทั้งหลายก็พากันเก็บ
รถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดไปทำลายทิ้งซะ ใช่อ่านไม่ผิดหรอกรถ EV ที่สภาพดีๆ
กว่า 4000 คัน ถูกเก็บไปบดขยี้เป็นผง ทั้งๆ ที่มีการประท้วงจากผู้ใช้มากมายก็ไม่สามรถหยุด
หรือเปลี่ยนอะไรได้ โกรธที่เห็นความพยายามของคนต้องล้มเหลว เพียงเพราะผลประโยชน์ของคน
ที่มีมากอยู่แล้วแต่ไม่เคยพอ
แต่เราก็ยังไม่หมดหวังซะทีเดียวเพราะรถ Hybrid ที่เป็นความพยายามอย่างใหม่ รวมไปถึง
รถแบบPlug-in Hybrid ที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามากกว่าน้ำมัน ก็ภาวนาว่าให้มีรถแบบนี้ออกมา
เยอะๆเพราะถ้ารถนี้ประสบความสำเร็จ อีกไม่นานเราก็อาจจะมีโอกาสเห็นรถแบบนี้ขับอยู่ที่
เมืองไทย สักวันคนส่วนใหญ่ก็จะขับรถแบบนี้ โดยเฉพาะวิกฤตน้ำมันที่เราเผิชญอยู่ หรือภาวะ
โลกร้อนที่ดูเหมือนอาการจะไม่ดีขึ้น คิดดูแล้วกันว่าถ้าเป็นจริงได้ ประเทศไทยเราเราจะน่าอยู่
ขนาดไหน
*** ล่าสุดมีการผลักดันให้ใช้รถพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น งานมอเตอร์โชว์ หรือ ออโต้โชว์ต่างๆ
ทั่วโลกมีการนำเอารถพลังงานไฟฟ้าออกมาโชว์ และจากรายงานของ the Electric Power
Research Institute และ the Natural Resources Defense Council สรุปว่า ถ้า 60%
ของคนอมเริกันเปลี่ยนไปใช้รถพลังงานไฟฟ้าภายในปีค.ศ. 2050 จะทำให้การใช้พลังงานไฟฟ้า
เพิ่มขึ้นน้อยกว่า 8 % แต่จะลดการเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปกว่า 450 เมตริกตัน ต่อปีเท่ากับ
รถ 82 ล้านคันหายไปจากถนน… อากาศจะดีขึ้นแค่ไหนนะเนี่ย
ดูหน้าตารถใช้พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ได้ที่นี่ venturebeat

2 comments
Comments feed for this article
พฤศจิกายน 23, 2008 ที่ 2:18 pm
พี่รัตน์
สารคดีเรื่องนี้ก็มาฉายที่เทศกาลหนังเมืองไทยปีที่แล้วจ้ะแนน
แต่พี่ไม่ได้ดู เพราะมันมีเยอะเรื่องที่อยากดู จัดคิวไม่ถูก
คิดว่า ปธน. คนใหม่น่าจะเป็นความหวังที่ดีนะ
โอบามาสนับสนุนการลดภาวะโลกร้อนนี่
จะทันมั้ยอ่ะ มี ปธน อย่างบุชมาตั้งแปดปี – -’
กันยายน 29, 2009 ที่ 12:14 pm
T.E.D
So….who’s gonna give birth to the Electric Cars !
It might be you.
http://thaielectricdream.blogspot.com/
ลองแวะมาดูนะครับ เปลี่ยนแปลงรถ เปลี่ยนแปลงโลก
ด้วยมือเราเองครับ