“i read it some where
how important it is in life
not necessarily to be strong
but to feel strong”

เห็นประโยคนี้จากหนังเรื่อง Into The Wild แล้วนึกถึงน้องที่่รู้จักกันมานานคนนึง
ที่กำลังต่อสู้กับอุปสรรคที่เข้ามาในชีวิต ที่เข้ามาสร้างความผิดหวัง เสียใจ จนบางครั้ง
ดูเหมือนไม่มีวันจบสิ้น

บางครั้งการเผชิญกับปัญหาที่เข้ามาในชีวิตก็ช่วยให้เรารู้จักตัวตนของเราและคนใกล้ตัว
มากยิ่งขึ้น แต่บางครั้งปัญหากลับทำให้เราสับสน สงสัยว่าที่จริงแล้วเรากำลังทำอะไร
เราเป็นใครและเราต้องการอะไร เหมือนที่เกิดขึ้นกับ คริสโตเฟอร์ แมคแคนด์เลสส์
(Christopher McCandless)
เด็กหนุ่มที่มาจากครอบครัวที่มีฐานะดีมีทุกอย่างตาม
มาตรฐานของสังคม โดยไม่รู้ว่าเบื้องหลังของภาพที่เหมือนจะสมบูรณ์แบบนั้น
คือปัญหาครอบครัวที่สั่งสมมานานนับปี ทำให้เขาตัดสินทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง
แล้วออกเดินทางทั่วอเมริกา ด้วยความหวังว่า เขาจะค้นพบตัวตนและความต้องการ
ของตัวเอง

ฌอน เพนน์ (Sean Penn) กำกับ Into The Wild หนังที่สร้างมาจากหนังสือ
ประวัติชีวิตของคริสโตเฟอร์ โดย จอห์น ครากเกอร์ (Jon Krakauer) ซึ่งเขียน
มาจากบันทึกการเดินทางของคริสโตเฟอร์ที่จดบันทึกไว้ตลอดระยะเวลา 189 วัน
โดยมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่อลาสก้า ระหว่างการเดินทางคริสโตเฟอร์ ภายใต้ชื่อใหม่ว่า
อเล็กซานเดอร์ ซุปเปอร์แทรมป์(Alexander Supertramp) ได้รู้ว่าทุกคนมีปัญหา
ความลับ ความเสียใจ มันอยู่ที่ว่าเราจะเผชิญหน้า จัดการ และเรียนรู้ที่อยู่กับมันอย่าง
มีความหวังและความสุขได้อย่างไร ไม่คิดว่าฌอน เพนน์ จะกำกับหนังออกมาได้
นุ่มละมุน สวยงามขนาดนี้ แม้ว่าหนังจะช้าแต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกเบื่อ อาจจะเป็นเพราะ
เพลงประกอบเพราะๆ กับภาพสวยๆ ของธรรมชาติ ที่ฌอน เพนน์ ตามไปถ่ายทำ
ถึงสถานที่จริงเกือบทั้งหมด

แม้ว่าการค้นหาตัวตนของคริสโตเฟอร์ อาจจะไม่ได้จบลงอย่างที่เขาคาดคิด
และการเดินทางของเขาในความเป็นจริงก็สร้างข้อถกเถียงตามมามากมาย
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เขากล้าทำในสิ่งที่ตัวเองตั้งความหวังไว้ ไม่ว่าผลมันจะออกมา
แบบไหนก็ตาม

ก็อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่แรกว่า เห็นประโยคข้างบนแล้วนึกถึงน้องที่รู้จักกันขึ้นมาจับใจ
แต่ฉันแน่ใจว่าไม่ช้าก็เร็ว น้องคนนี้จะต้องก้าวข้ามอุปสรรคครั้งนี้ไปได้อย่างแน่นอน
ความเข้มแข็งของจิตใจ เป็นยาดีของชีวิต เพราะงั้นเราหาทางทำให้จิตใจของเรา
เข้มแข็งกันเถอะ