เคยเห็นเมืองที่งอกขึ้นมาจากทะเลมั้ย นั่นล่ะเวนิซในความรู้สึกฉัน
แต่ก่อนจะได้เห็นเวนิซฉันต้องผจญกับกระบบเรือโดยสาร
สบายๆ สไตล์อิตาเลียนซะก่อน เห็นเวนิซอยู่ลิบๆแค่ข้ามทะเลไปเท่านั้น
วิธีที่จะข้ามจากเวนิซเมนแลนด์ไปที่เกาะเวนิซมี 3 วิธี
1.คือนั่งรถบัสจากสนามบินข้ามไปทางสะพานที่เชื่อมระหว่างเมนแลนด์กับเกาะ
2.นั่งเรือโดยสาร (Aliliaguna waterbus) 3. นั่งเรือแท๊กซี่
ฉันเหมาเอาเองว่านั่งเรือโดยสารคือวิธีที่ง่ายที่สุด
หลังจากจ่ายเงินไปคนล่ะ 12 ยูโร เสียเวลารอเรือ 2 ชั่วโมง
ไม่ใช่ไม่มีเรือนะแต่แย่งเขาขึ้นไม่ทัน ก็ชักชวนกันว่าจะตัดใจไปขึ้นเรือแท๊กซี่
มันจะแพงสักแค่ไหนกัน เดินเข้าไปถามพร้อมยื่นชื่อโรงแรมให้ดู
ชายอิตาเลียนเงยหน้าขี้นมาบอกหน้านิ่งๆ ว่า สองคน 100 ยูโร
สองคนนี้เลยสวัสดี ลาก่อน ลากกระเป๋าไปยืนรอในโป๊ะเรือโดยสาร
ที่โยกเยกขึ้นลงสู้คลื่น แน่นขนัดไปด้วยนักท่องเที่ยว
ยอมเวียนหัวอ้วกพุ่งดีกว่าเสียเงิน 100 ยูโร
ในที่สุดก็ได้ขึ้นเรือซะทีหลังจากรอมาเบ้ดเสร็จเกือบ 3 ชั่วโมง
ไม่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอยู่ที่โป๊ะ ไม่มีการเข้าคิว
มีแต่ความวุ่นวายของนักท่องเที่ยว ต้องคอยถามคนเรือเอา
กว่าจะได้เหยียบเวนิซก็เกือบ 6 โมงเย็น ทั้งๆ ที่เครื่องลงตอนบ่าย 2 เซ็งสุด
แต่หลังจากได้สบตากับเมืองเวนิซก็หายเศร้าเป็นปลิดทิ้ง
ก็อย่างที่บอก เหมือนเมืองเทพนิยายที่งอกขึ้นมาจากน้ำ ทุกอย่างดูเหนือจริง
อดจินตนาการถึงพวกขุนนางยุโรป กับสาวผู้สูงศักดิ์เดินกรุยกรายไม่ได้
การเดินทางทุกอย่างใช้เรือเป้นพาหนะ เรือโดยสาร เรือขนของ เรือขนขยะ
แม้กระทั่งจักรยานยังถูกห้ามขี่บนเกาะ เพราะฉะนั้นนอกจากเรือแล้วก็มี 2 ขา
ของเรานี่แหละเป็นพาหนะชั้นดี fashionvenice.jpg
ส่วนเรื่องอากาศ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโลกร้อนหรือไง อากาศงงมาก สภาพก็เป็นอย่างที่เห็นกลางวันร้อน บ่ายหนาว ค่ำฝนตกให้เปียกมะล่อกมะแล่กซะงั้น ก็เพราะเป็นเมืองที่อยู่บนน้ำขนาดนี้เวนิซก็ต้องถูกน้ำท่วมบ้างเป็นธรรมดา ช่วงที่ฉันไปก็ท่วมแต่ท่วมด้วยนักท่องเที่ยวนะ(โดยที่ฉันเป็นหนึ่งในนั้นด้วย)
แต่เวทมนต์ของเวนิซก็ยังไม่เสื่อมคลาย แค่เดินเล่นอย่างเดียวก็สุขเกินพอ