krabi3

ไม่ได้อัพเดทนานมากจริงๆ เพราะเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงส่งท้ายปี แอบคิดถึงทะเลไทยมาตั้งนานในที่สุดก็ได้กลับมานอนเกลือกกลิ้งอยู่บน
หาดทรายขาวให้หายคิดถึงซะที ตามหมู่คณะเพื่อนๆ ไปไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ นับนิ้วไปมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ไปถึงไร่เลย์สูดอากาศดีๆ ทีีผสมกลิ่นไอเค็มๆ
ของน้ำทะเลเข้าไปเต็มปอด ชื่นใจจัง
krabi1krabi4
จำได้ว่าครั้งล่าสุดที่ไปไร่เลย์นั้น เป็นช่วงหลังเกิดเหตุการณ์ซึนามิ 1 เดือน
ไร่เลย์วันนั้นต่างจากไร่เลย์ในวันนี้อย่างสิ้นเชิง ์ในวันนั้นไร่เลยแทบจะร้าง
ผู้คน นอกจากคนไทยที่ทำงานอยู่ที่นั่นแล้วก็แทบจะไม่มีคนเอเซียเลย
นักท่องเที่ยวที่เคยเยอะก็น้อยแสนน้อย หาดฝั่งของโรงแรมดุสิตรายาวดี
มืดสนิทเห็นเพียงซากปรักหักพังของวิลลาติดชายหาดที่โดนคลื่นซัดสลัว
ลางอยู่ในความมืด แต่นั่นไม่ได้ทำให้เรากลัวแต่กลับเคารพในพลังของ
ธรรมชาติมากขึ้น คืนนั้นทุกครั้งที่เดินลุยน้ำเราจะเห็นประกายสีเขียว
ของฟอสฟอรัสรอบข้อเท้า และกระจัดกระจายไปตามการกระเซ็นของ
น้ำทะเล จำได้ว่าเห็นประกายสีเขียวสวยแบบนี้ก็เมื่อ20 กว่าปีก่อนที่เกาะ
เสม็ดฉันกับเพื่อนอีกสามคนนั่งนิ่งเงียบมองน้ำทะเลสีดำมืดกลืนไปกับ
ฟ้าสีเข้มที่มีดาวนับล้านดวง บนหาดทรายปูตัวเล็กๆ นับพันกำลังดำเนิน
ชีวิตของมัน เป็นความสงบที่ทำให้เกิดความสุขจนแน่นอยู่ในอกแทบจะ
ระเบิด นี่ละมั้งพลังที่แท้จริงของธรรมชาติ

ไร่เลย์วันนี้เปลี่ยนไปจากวันนั้น คนแน่นเต็มหาดอาจจะเป็นเพราะช่วง
ส่งท้ายปีด้วยล่ะมั้ง เวทีเล็กๆ ถูกจัดเตรียมเพื่อฉลองเคาท์ดาวน์บนชายหาด
ดีที่รีสอร์ตที่เราไปพักไม่ได้ทำอะไรอย่างนั้น ครั้งนี่ฉันไปพักที่ไร่เลย์
เบย์ คลับ รีสอร์ตที่มีบ้านแต่ละหลังไม่ซ้ำกัน ปลูกโดยเจ้าของของบ้านนั้นๆ แต่ก็อยู่ภายใต้กฎของส่วนบริหารซึ่งจะคอยจัดการดูแลบ้าน พื้นที่บริเวณ ไปจนถึงการจัดหาคนมาเช่าบ้าน ที่นี่บ้านทุกหลังจะมีครัว ถ้าเราอยากทำ
อาหารเองก็ต้องสั่งของสดและเครื่องปรุงจากฝ่ายจัดการ ซึ่งเขาจะซื้อมาให้
จากตลาดในเมืองกระบี่ ฟังดูสิ้นเปลืองแต่ฉันว่ามันเป็นกิจกรรมที่ทำร่วม
กันแล้วสนุก นั่งล้อมวงกินอาหารร้อนๆ ที่เราช่วยกันทำ หัวเราะไปกับเรื่อง
ตลกไร้สาระ เป็นปรรยากาศที่สบายอย่างไม่น่าเชื่อ

เดินเล่นไปทางฝั่งไร่เลย์ตะวันออก มีรีสอร์ตใหม่ๆ ตึกใหญ่ๆ ขึ้นมาเยอะแยะ หาดฝั่งนี้ดูเลอะเทอะมากกว่าเดิม นักท่องเที่ยวก็ไม่คึกคักเหมือนแต่ก่อน
ถามคนแถวนั้นดูเขาก็ว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปิดสนามบินนักท่องเที่ยวน้อย
ไปเยอะ นี่ก็เรียกว่าคึกคักขึ้นเยอะแล้ว ถึงจะน้อยกว่าปีก่อนๆ ก็เถอะ

เราเลี่ยงผู้คนที่นอนเกยตื้นกันอยู่เต็มไร่เลย์ตะวันตก ด้วยการเหมาเรือหางยาว
ออกไปดูประการัง ก่อนจะไปนอนเหยียดยาวกันที่เกาะปอดะ ที่มีหาดทราย
เนื้อละเอียดสีขาวยาวเหยียด สวยสะอาดถึงบางจุดจะมีขยะอยู่บ้างแต่ก็น้อย อาจจะเป็นเพราะนักท่องเที่ยวมีความรับผิดชอบมากขึ้น หรือมีคนที่พยายาม
ช่วยกันคนละไม้คนมือโดยไม่เอาแต่พูด อย่างคุณป้าฝรั่งผิวแทนคนหนึ่งที่
ฉันเห็นใส่ชุดว่ายน้ำเดินถือถุงใบโตเก็บขยะ ขวดพลาสติคตามชายหาด เหนื่อยนัก
ป้าก็นอนผึ่งแดด หรือลงแช่น้ำพอเย็นๆ เห็นแล้วฉันกับเพื่อนก็เลยช่วยๆ กัน
เก็บขวด กระป๋องแถวๆ ที่เรานั่งไปใส่ถุงขยะป้า ป้าหันมายิ้มพร้อมทั้งขอบคุณ
เราอย่างยินดี ดีใจที่เห็นคนช่วยกันรับผิดชอบ ไม่ใช่คิดว่าฉันแค่แวะมาเที่ยว
เพราะงั้นไม่ใช่หน้าที่ฉันที่จะต้องดูแลรักษา เสียดายไม่มีโอกาส คุยกับป้าว่า
เป็นใคร มาจากไหน เพราะเราต้องรีบกลับซะก่อน

ยังมีพี่ผู้ชายคนไทยอีกคน ที่รู้สึกเหมือนเป็นเจ้าหน้าที่ทัวร์หรือเจ้าหน้าที่บนเกาะ
ก็ไม่แน่ใจเพราะเห็นมีนักท่องเที่ยวเดินตามเป็นกลุ่ม ปากก็คุยกับนักท่องเที่ยว
ส่วนมือ ก็เก็บขยะใส่ถุงบ้าง เจอกิ่งไม้ขวางทางก็เก็บโยนเข้าไปในป่าบ้าง
หักกิ่งไม้ที่แหลมๆ ออกบ้าง ดูแลพื้นที่เป็นอย่างดี เห็นแล้วน่าชื่นชมไม่แพ้คุณป้า ถ้าคนเราบ่นให้น้อยลง วิจารณ์ให้น้อยลง แล้วช่วยกันคนละไม้คนละมือ
ประเทศเรา โลกเราคงจะน่าอยู่อีกเยอะ ธรรมชาติสวยๆ ของเมืองไทยจะได้
อยู่กับเราไปนานๆ

slum2

ลองมานึกๆ ดูว่า เทพนิยายที่เรารู้จักและอ่านกันมาตั้งแต่เด็กๆ มักจะมีเรื่องโหดร้าย
แทรกอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นแม่เลี้ยงที่พยายามจะฆ่าลูกเลี้ยง แม่มดที่กินเด็กกำพร้า
เป็นอาหาร หมาป่าใจโหด เจ้าหญิงโดนสาบ แต่ความเลวร้ายเหล่านี้ก็มักถูกเอาชนะ
ด้วยความดี หรือไม่ก็ความรักที่แน่วแน่เสมอ

Slumdog Millionaire คือเทพนิยายสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของชีวิต
ความชั่วร้ายรุนแรง การหักหลัง ความดี และที่สำคัญที่สุดความรัก ถูกเสกด้วยฝีมือ
กำกับของแดนนี่ บอยล์ (Danny Boyle) ผู้กำกับที่เราๆคุ้นชื่อ เขามักจะทำให้
เรื่องราวที่น่ากลัวหรือสถานการณ์ที่เลวร้าย กลายเป็นเรื่องที่มีเสน่ห์น่าติดตาม
จนเราตกหลุมรักตัวละครไปในที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแก๊งค์ขี้ยาจากหนังสุดเปรี้ยวเรื่อง
Trainspotting หรือหนัง Zombies อย่าง 28 days later หนังเด็กน่ารักที่ถูกลืม
Millions และที่ลืมไม่ได้คือเรื่องของเพื่อนที่หักหลังกันเพื่อเงินใน Shallow Grave
หนังเรื่องแรกของเขา แม้จะมีเสียศูนย์ไปหน่อยกับเรื่อง The Beach และ Life Less
Ordinary อยู่บ้างก็เถอะ

เรื่อง Slum Millionaire ที่ดัดแปลงมาจากหนังสือเรื่อง Q&A ของ
Vikas Swarup เป็นการกลับมาที่น่าภูมิใจของบอยล์ แม้จะมีเนื้อเรื่องแบบที่เรียกได้ว่า
เป็นเทพนิยาย แต่ก็็คงไม่มีเทพนิยายเรื่องไหนที่เปิดตัวด้วยพระเอกโดนทรมานอย่างเรื่องนี้ หนังตัดสลับไปมาระหว่างอดีตกับปัจจุบันของจามาล เด็กกำพร้าช่างฝันซึ่งเกิดและโต
มาจากสลัมขนาดมหึมาของเมืองมุมไบ (ชื่อเดิมคือบอมเบย์) ที่จะกลายเป็นมหาเศรษฐี
ถ้าเขาตอบคำถามสุดท้ายของรายเการเกมโชว์ชื่อดัง Who Wants to Be a Millionaire?
ได้ถูกต้อง ในขณะที่หนังแสดงให้เห็นด้านมืดของเมืองหลวงของประเทศอินเดีย ผ่านชีวิตของ
เด็กกำพร้าอย่างจามาลที่ไม่มีใครนอกจากพี่ชาย ต้องดิ้นรนท่ามกลางเมืองที่มุ่งแต่ความเจริญ
ทางด้านวัตถุ ความแตกต่างอย่างสุดขั้วระหว่างคนรวยกับคนจน จามาลต้องต่อสู้กับความรุนแรง
การถูกเอาเปรียบ แต่เขาก็ยังแสดงให้เราเห็นถึงความงดงามของการมีชีวิตอยู่ ความหวัง และในช่วงที่มืดมนของชีวิตเขาก็ได้พบกับความรัก ที่ทำให้เขาฟันฝ่าทุกอย่างเพื่อได้มันมา

ไม่อยากเล่าเรื่องไปมากกว่านี้ เพราะรู้สึกว่าจะได้อารมณ์ต้องดูเอง แต่อยากจะบอกว่า
จากดูหนังเรื่องนี้แล้ว “อิ่ม” และมีความสุข ติดอยู่ในใจเหมือนทุกครั้งที่ได้ดูหนังดีๆ

Directed by Danny Boyle
with Loveleen Tandan
Written by Simon Beaufoy
Starring Dev Patel, Madhur Mittal, Freida Pinto and Anil Kapoor

เพิ่งดูดีวิดีเรื่องนี้จบไปหมาดๆ เมื่อคืนนี้ ดูจบก็เศร้าใจอีกตามเคย ในยุคที่โลกของเรา
กำลังลำบากสภาพร่อแร่และเราต้องช่วยกัน โดยเฉพาะคนที่มีอำนาจและมีเงิน
แต่ดูเหมือนว่าผลประโยชน์ส่วนตน มักจะหอมหวานกว่าผลประโยชน์ส่วนรวมเสมอ

ก็อย่างชื่อเรื่องนั่นแหละว่า ใครฆ่ารถใช้พลังไฟฟ้า หรือที่อเมริกาเขาเรียกว่า Electric Vehicle
ที่ย่อว่า EV จริงๆ แล้วรถที่ใช้ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเนี่ยเกิดมาตั้งแต่ปี 1900 แต่ไม่ได้รับ
ความนิยม เพราะต้นทุนสูง ขับก็ช้าสู้รถที่ใช้นำมันไม่ได้ แต่เรื่องของเราเนี่ยเกิดขึ้นเมื่อปี 1998 แคลิฟอร์เนียเป็นรัฐที่มลภาวะทางอากาศมากที่สุด ถึงขนาดที่บางวันต้องประกาศเตือน
เพราะงั้นในยุคนั้นก็เลยมีการออกกฏหมายบังคับให้ 2% ของรถที่ขายในท้องตลาดต้อง
เป็นรถที่มีEmission Free หรือไม่ปล่อยสารพิษออกมา และจะขึ้นเป็น 10% ภายใน
ปี 2003

และเพราะว่าแคลิฟอรืเนียเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา เพราะงั้นบริษัทยักษ์ๆ
อย่างฟอร์ดและเจเนอรัลมอเตอร์ก็เลยผลิตรถใช้พลังงานไฟฟ้าออกมา ทำให้บริษัทอย่าง
โตโยต้าและฮอนด้าก็ต้องผลิตตามมาด้วย หนังเน้นไปที่รถรุ่น EV1 ผลิตภัณฑ์ของเจเนอรัล
มอเตอร์ เพราะเป็นรถที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ดาราอย่าง ทอม แฮงค์ และ เมล กิบสัน
ก็ใช้รุ่นนี้

หน้าตารถรุ่น EV 1 ของ GM (General Motors)

แล้วรถใช้พลังไฟฟ้านี่ดียังไง 1. ไม่ปล่อยก๊าซพิษอย่างคาร์บอนไดออกไซด์
2. เงียบไม่เสียงดัง 3. กลับบ้านก็เสียบปลั๊กชาร์ตไฟที่บ้าน 4. ค่าซ่อมบำรุงถูกมากๆ
ไม่ต้องเสียค่าซื้อน้ำมันเครื่องเปลี่ยนอะไหล่ เพราะไม่มีการสันดาป เครื่องยนต์สะอาด
จะเปลี่ยนก็แค่แบตเตอรีนานๆๆๆๆๆๆที 5. ไม่ต้องเสียเงินค่าน้ำมัน

แล้วรถนี้ไม่ใช่รถกอล์ฟนะคะ สามารถวิ่งได้ไกล 100 ไมล์ ต่อการชาร์ตหนึ่งครั้ง เร่งได้เร็วถึง
80 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) รู้อย่างนี้แล้วยังอยากขับเลย

Read the rest of this entry »

รู้สึกเหมือว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ ที่อยู่ที่นี่ในช่วงเวลาสำคัญ
ทางการเมืองของประเทศอเมริกา คืนวันเลือกตั้งหลังจากที่เริ่มนับคะแนน ผู้คน
ในนิวยอร์คไปรวมตัวกันอยู่ตามที่ต่างๆ บ้านเพื่อน ผับ ร้านอาหาร ไทม์สแควร์
ไปจนถึงหน้าตึกร็อคกี้เฟลเลอร์ ส่วนฉันกับคุณแฟนเราจะไปรอดูผลกันที่ GBE
หรือแกวิน บราวน์ แกลเลอรี พร้อมๆ กับเสพงานศิลปะของโจนาธาน โฮโลวิซ
กันไปด้วย เขาเรียกสนุกสองต่อ

jonathan5jonathan4jonathan6jonathan7

Read the rest of this entry »

เรื่องการเมืองเป็นเรื่องปวดหัว อย่างที่เขาว่าถ้าไม่อยากเสียเพื่อนก็อย่าคุย
เรื่องการเมืองกับเรื่องศาสนา พรุ่งนี้จะเป็นวันเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ของ
ประเทศอเมริกา แอบตื่นเต้นไปกับเขาด้วยทั้งๆ ที่ไปออกเสียงกับเขาก็ไม่ได้ สงสัย
เพราะบรรยากาศมันพาไป ที่นี่เขาแบ่งเป็น 2 พรรคใหญ่นั่นก็คือ Republican
กับ Democrats ประเทศเราแจ๋วกว่าแบ่งเป็นพรรคทำไมให้ยุ่งยาก แบ่งเป็นสี
ดีกว่าจำง่ายดี เธอจะอยู่ข้างไหนเหลืองหรือแดง ส่วนฉันขอเป็นจิ้งจกไร้สีแล้วกัน
สบายใจกว่าเยอะเลย

Read the rest of this entry »

ไม่คิดว่าบรรดาผีสางจะออกมาอาละวาดตามถนนในนิวยอร์ค
ตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ตก สวรรค์ก็ดูเหมือนจะเป็นใจกับชาวผี
ทั้งหลาย เพราะอากาศที่หนาวโคตรเมื่อสองวันก่อน เปลี่ยนเป็น
อากาศเย็นสบาย แดดออกจ้า ฟ้าใสในวันปล่อยผีให้ผู้คนได้ออกมา
สนุกกันเต็มที่

ไม่เห็นที่ไหนอินกับวันฮัลโลวีนเหมือนที่ประเทศอมเริกาเลย เห็นแล้ว
ก็อดคึกคักไปกับเขาด้วยไม่ได้ ปีนี้ฮัลโลวีนที่นิวยอร์คเริ่มกันตั้งแต่
เสาร์ที่แล้วที่เซ็นทรัลพาร์คกับงาน Pumpkin Festival ที่มีพักทอง
มากมายมาให้เด็กๆ ได้สนุกกันแบบฟรีๆ ไม่รู้ว่ามีฟักทองกี่ลูก รู้แต่ว่าเยอะ
ครึ่งนึงให้คนเอากลับบ้าน อีกครึ่งนึงให้เด็กนักเรียนไฮสคูลที่อาสา
มาแกะตกแต่งฟักทองแล้วเอาไปประดับตามเส้นทางเดินเซ็นทรัลพาร์ค
กับถนน72 เขาจะเลือกอันที่สวยๆ ไปประดับบนนั่งร้านที่สร้างขึ้นมา
ชั่วคราวแล้วพอห้าโมงครึ่ง ก็จะจุดไฟข้างในฟักทองที่วางเรียงรายเป็นแถว
ดูทั้งสวยทั้งอบอุ่น แต่พอสองทุ่มก็ต้องรื้ออกแล้วก็ทิ้งไป ความสวยงาม
หายไปในพริบตา สร้างขึ้นแล้วรื้ออกสมกับเป็นเมืองนิวยอร์คจริงๆ

ค่ำวันฮัลโลวีถนนหนทางในนิวยอร์เปลี่ยนไปจากเคย เหมือนเราหลุดมา
เดินอยู่ในโลกแฟนตาซี แบทแมน โจ๊กเกอร์ เดินกันเกลื่อนถนน แมวดำสาว
เซ็กซี่ เสือโคร่งตัวจิ๋วมากับนางฟ้าตัวโต มนุษย์กล้วยเดินเกาะเป็นกลุ่ม นาง
พยาบาลสาวเซ็กซี่กับอ่างอาบน้ำติดไฟไม่รู้มาด้วยกันได้ยังไง จูโนเดินท้อง
ป่องมากับแฟนหนุ่มวัยรุ่น ซุปเปอร์แมนควงเทเลแทบบี้ ไมเคิล เฟลลฟ์
เดินห้อยเหรียญทอง 8 เหรียญผ่านทำเอาขำก๊าก ทันหันไปเห็นวัวตัวโต
ลายขาวดำเล่นเสก็ตบอร์ดผ่านไปอย่างรวดเร็ว สองมัมมี่สาวพันผ้ารัดติ้ว
โชว์สัดส่วนยืนสูบบุหรี่คุยกับแดร็คคูลา ฮัลโหลคิดตี้ตัวโตมากับแก๊งค์ญี่ปุ่น
มีสโนว์ไวท์ที่ใส่เสื้อคอลึกจนขนหน้าอกโผล่เดินเร่งรีบผ่านไป สงสัยจะไป
ตามหาคนแคระ เด็กวัยรุ่นใส่เสือ้ฮูดสีแดง 6 คนปั่นจักรยานที่มีตุ๊กตา ET
พันผ้าห่มขาวนั่งอยู่ในตระกร้าหน้ารถมาตาม 2nd Ave. เรียกเสียงเชียร์
กับรอยยิ้มจากคนเดินถนนมาตลอดทาง สองคนเรากลัวน้อยหน้าก็เลยคว้า
หน้ากากผีมาใส่เดินกับเขาบ้างเลยได้เพี้ยนกลมกลืนกับชาวบ้านสมใจ
ไม่ต้องทำอะไรมาก ไม่ต้องเสียเงินเยอะ แค่เดินเล่นดูคนกับผีในคืน
วันฮัลโลวีนอากาศเย็นๆ ที่นิวยอร์คก็สนุกเหลือใจ

เหลือง ส้ม แดง น้ำตาล เขียวเข้มกับฟ้าใส สีสวยของฤดูใบไม้ร่วงที่ทำให้ฉันหลง

เพลง Little Bit ที่น่ารักทั้งเพลง ทั้งคนร้อง ทั้งMusic Video
ของ Lykke Li (ออกเสียงยังไม่แน่ใจ) สาวสวยจากสวีเดน
ประเทศที่ทำเพลง Pop ได้เพราะมากๆ เอาไปเลย 10 เต็ม

ในที่สุดก็ได้ไปกินราเม็งของร้าน Momofuku ที่ชาวนิวยอร์คเขาฮือฮากันนักหนา
เดี๋ยวต้องขอเล่าประวัติกันนิดนึง ร้าน Momofuku เนี่ยเขามีเชพและเจ้าของคือ
เดวิด เชง (David Chang) ที่ดังมากกกกก ตอนนี้ Momofuku ร้านแรกที่เขา
เปิดเลยก็คือ Noodle Bar แถวอีสต์ วิลเลจ ส่วนร้านที่สองห่างไปไม่กี่บล๊อกชื่อ
Momofuku Ssäm Bar แล้วก็เปิดร้านที่สามในเวลาไม่นานชื่อ Momofuku Ko
ที่ต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 6 วัน ดีที่ Momofuku Noodle Bar ไม่รับจอง
ล่วงหน้า ทำให้เราเดินเข้าไปกินได้อย่างสบายใจเฉิบ ถ้าต้องจองล่วงหน้าหลายวันละก็
คงอดกินแน่เพราะมีความอยากไม่แน่นอน ไม่สามารถระบุล่วงหน้าได้นานหลายวัน


Read the rest of this entry »

Blog Stats

  • 17,458 hits